รายละเอียดบทความ

การต่อเล็บและผงอะคริลิก ลูกค้าควรรู้

บทความนี้มีเป้าหมายที่ต้องการแบ่งปันความรู้ให้ทั้งลูกค้าที่ชอบการต่อเล็บและช่างทั่วๆไปนะค่ะ ไม่ได้ต้องการโจมตีใครค่ะ

เป็นที่เถียงกันเยอะนะค่ะเกี่ยวกับคุณภาพและราคาของการต่อเล็บและผงอะคริลิก ร้านเราเป็นร้านนำเข้าสินค้าก้อบอกตรงๆเลยว่ามีเยอะมาก จากจีนจากอเมริกา ราคาร้อยสองร้อยจนถึงกระปุกละหลายพันบาท ช่างบางคนบอกว่าต่างบางคนบอกว่าไม่ต่างกัน บางคนก้อบอกว่านี่ก้อเกรดเอราคายังถูกกว่าเลย

นี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของร้านซากุระเนลนะค่ะ เรามีขายทุกรุ่น แต่ก้อบอกตรงๆเลยว่าคุณภาพต่างกันแน่ๆ� เราขายรุ่นไหนคุณภาพยังไงก้อบอกตรงๆค่ะ� เราอยากให้ลูกค้าลองคิดดูเปรียบเที่ยบกับเครื่องสำอางค์แบบอื่นนะค่ะ อย่างครีมทาหน้ามีตั้งแต่กระปุกละห้าสิบจนเป็นหมื่นๆ ลองคิดตามดูนะค่ะว่าครีมกวนอิมกะเอสเต้จะคุณภาพเหมือนกันจริงๆเหรอค่ะ อย่างผงอะคริลิกนี่จัดเป็นเครื่องสำอางค์เหมือนกัน ในอเมริกาหรือญี่ปุ่นจะมีกระทรวงสาธารณะสุขคอยดูแลกำหนดมาตรฐานสารพิษและการดูดซึม อย่างที่นำเข้าจากจีนนี่บอกตรงๆเลยว่า เกรดต่ำกว่ามากและที่แย่กว่าก้อคือ บางโรงงานผลิตในเกรดที่เป็นผงหล่ออะคริลิกในอุตสาหกรรม ไม่ได้ใช้สำหรับร่างกาย สารพิษและการดูดซึมสูง ที่สำคัญมากคือลูกค้าไม่รู้ค่ะ ว่าร้านไหนใช้แบบไหน ลองคิดดูนะค่ะ ร้านทุกร้านก้อต้องอยากใช้ของถูกอยู่แล้ว แต่จะมีร้านไหนบอกว่าของตัวเองไม่ดี ก้อต้องบอกว่าเกรดเอทั้งนั้นค่ะ ปัญหาคือมันเออะไรหน่ะสิ ร้านเรานำเข้าสินค้าเกี่ยวกับเล็บมามากกว่าห้าปี จากทั่วโลก บอกได้เลยว่า บางยี่ห้อ ไปซื้อจากช้อปตัวเทนในต่างประเทศโดยตรงกับแบบที่นำเข้าไทยนั้น คุณภาพยังต่างกันเลยค่ะ ช่างที่เคยใช้จะรู้ มันขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของช่างแล้วว่าเคยใช้รึเปล่า เอจริงเป่า แบบที่ซื้อจากต่างประเทศตรงๆติดตรายี่ห้อFDA พิมบนขวดเลย กับแบบที่ซื้อในไทยติดตรายี่ห้อบ้าง สติกเกอร์บ้าง ไม่มีFDA แน่ใจเหรอค่ะว่ามันเอจริงๆ

แล้วคุณภาพมันต่างกันยังไงล่ะค่ะ แน่ๆเลยอย่างแรกสัมผัสด้วยตาเห็น สี กลิ่น บอกไรไม่ค่อยได้หรอกค่ะ ตอนช่างทำจะรู้สึกเล็กน้อย การเซทตัว ขึ้นรูป ความบริสุทธ์ การละลาย ของผงและเม็ดสี สม่ำเสมอรึเปล่า 100 เปนเซนรึเปล่า ถ้าไม่ร้อยเปอเซน ตอนแรกจะมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น นานๆไปความหมองจะเข้ามาแทนที่ ปัญหาไปตกอยู่ที่ลูกค้าคะ ตอนแรกนะค่ะทำใหม่ๆเดินออกจากร้านทาเคลือบเล็บวาวๆมันก้อสวยดี พออยู่บนมืออาทิตย์สองอาทิตย์มันต่างกันเยอะค่ะ ติดทนรึเปล่า ร่อน กระเทาะ หมอง หยาบ ไม่เนียนเรียบ เป็นตะปุ่มตะป่ำ ที่สำคัญคือสารเคมีที่ซึมเข้าไปในตัวมันเป็นเดือนเป็นปีกว่าจะเห็นผลสิค่ะ�

มันก้อต้องขึ้นอยู่กับช่างกับร้านแล้วว่ามีจรรยาบรรณรึเปล่า ถามลุกค้าดู คนที่ใจรักการทำเล็บเค้าจะรู้ว่าทำไมยอมเสียเงินหลายพันไปต่อเล็บร้านชื่อดัง ทำไมไม่ต่อไม่กี่ร้อยกับตั้งโต๊ะ แต่เรื่องแบบนี้มันบอกยากมากค่ะ ร้านบางร้านบนห้างดัง สงสัยค่าเช่าที่มันแพง อยากประหยัด�หน้าร้านกระปุกสวยเป็นยี่ห้อดัง หลังร้านใช้ผงแบบถูกๆเป็นถุงกิโลเติมเอา ตั้งโต๊ะบางที่ก้อใจรักมาก ยอมลงทุนกับยี่ห้อดีดีก้อมี ลุกค้าก้อต้องเลือกร้านที่น่าเชื่อถือ ไว้ใจได้ค่ะ

วิธีสังเกตง่ายๆนะค่ะ อันนี้พอช่วยได้นิดๆ อย่างแรกคือตัวไพร์เมอร์ เป็นตัวรองพื้น ก่อนลงอะคริลิก ตัวนี้จะมีกัดหน้าเล็บแรงมาก กลิ่นเหม็นรุนแรง ราคามีตั้งแต่ห้าสิบบาทจนถึงสองพัน ถ้าเป็นแบบสำหรับเซนซิทีฟสกินยิ่งแพง ที่สำคัญคือมันเป็นตัวทำให้ติดทน ยิ่งคุณภาพดียิ่งติดทน ผลที่ตามมาคือถ้าใช้แบบที่คุณภาพไม่ดีมันก้อไม่ติดทน แล้วทำให้ช่างทำเล็บต้องหาทางแก้ ไปแก้ที่การตะไบหน้าเล็บของลูกค้าหน่ะสิค่ะ ตะไบหยาบมากๆ จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยต่อเล็บกับช่างระดับโลกที่ต่างประเทศมาก บอกได้เลยว่า เค้าใช้ตะไป260 กัน เบาๆ แค่เอาความมันออกก้อพอ แล้วใส่ไพร์เมอร์แค่ครั้งเดียว ก่อนใส่จะซับกับทิชชู่ก่อน เพื่อให้ปริมาณน้อยที่สุด ตอนแรกนี่เอ่อเลยนะคะ คิดในใจเลยว่า เล็บมันจะติดทนเหรอ ผลที่ได้นะค่ะ เป็นเดือนเล็บไม่มีแม้แต่รอยกระเทาะซักสิด ทั้งๆที่ต่อยาว ถอดเล็บออกมาไม่เสียไม่บางเลย เล็บแข็งแรงกว่าเดิมด้วย ยอมรับว่าสินค้าเค้าคุณภาพดีจริงๆ อย่างที่เมืองไทยนี่แนะนำว่าให้ใช้ตะไบอย่าหยาบเกิน180 เลย เล็บลูกค้าจะเสียหมด แต่คนไทยส่วนใหญ่นิยมใช้ตะไบ100 กัน (รุ่นที่หยาบที่สุด) ตะไบที่เล็บเบรินหมด ถอดเล็บออกมาเล็บก้อบาง แล้วยังใส่ไพร์เมอร์ชุ่มๆ เยอะ สองรอบอีก� ลูกค้าก้อลองสังเกตดูนะค่ะ ถ้าใส่เยอะๆ สองรอบของเค้าก้ออาจจะไม่ดีเลยต้องใส่เยอะๆไงค่ะ ส่วนตัวเคยไปเรียนมา หลักสูตรต่างประเทศเค้าจะบอกให้ใส่รอบเดียว เค้าจะถนอมเล็บลูกค้าสุดๆ แต่กับไทยนี่เคยเรียนจากร้านดังเหมือนกัน ก้อบอกให้ใส่สองรอบ ก้องงเหมือนกันค่ะ

อีกอันนึงที่สังเกตได้ง่ายคือผงสีค่ะ ผงอะคริลิกสี ตามมาตรฐานการทำเล็บเลยจะบอกว่ามีสองประเภท คือเนลอาร์ทและ ต่อเล็บ ผงสีประกอบด้วยส่วนที่เป็นอะคริลิกและเม็ดสี ปัญหาคืออะคริลิกมันแพง และมีผงสีก้อมีแบบราคาถูกและแพง สินค้าราคาถูกเค้าก้อเลยทำแบบนี้ค่ะ อย่างแรกคือ อะคริลิกปริมาณต่ำ ประหยัด ใส่ผงสีราคาถูก ผงสีราคาถูกจะเกิดการละลายเมือโดนน้ำยา และเม็ดสีไม่เข้ม เมื่อละลายเวลาโดนน้ำยาทำให้เกิดสารพิษ ( รวมถึงพวกกากเพรชด้วยค่ะ ราคาถูกจะละลาย ราคาแพงจะไม่ละลาย จะคงรูปไว้ได้ในเล็บค่ะ ) มองด้วยตาเปล่าจะไม่เห็นนะค่ะ เพราะละลายไม่หมด เค้าก้อแก้ด้วยการใส่ผงสีเยอะๆ แล้วก้อผสมแป้ง หรือพลาสติกเพิ่มความทึบแสง ให้ดูสีเข้มสวย� ลองนึกภาพสารเคมีพลาสติกละลายในสารเคมีแล้วดูดซึมเข้าเนื้อเยื่ออ่อนบริเวญโคนเล็บสิค่ะ - -" นี่ละค่ะความแตกต่างของถูกกับแพง แต่ลูกค้าจะมองไม่เห็น เพราะเวลาละลายมันไม่ได้ละลายหมด วิธีสังเกตคือ การแข็งตัวค่ะ เนื่องจากต้องใส่เม็ดสีและแป้งเยอะ ดังนั้นปริมาณอะคริลิกมันจะน้อย จริงๆพวกนี้ผลิตไว้สำหรับทำเนลอาร์ทค่ะ คือทำลายบนเล็บอีกที ไม่เป็นอันตราย แต่คนไทยเอามาต่อเล็บ พวกที่ต่อแล้วปลายเล็บสีๆฝังในเล็บไงค่ะ� พวกนี้ยิ่งถูกมันจะยิ่งไม่แข็งไม่ทน เปราะ เวลาต่อเล็บมันจะไม่ทน วิธีแก้ของช่างคือ ใช้สีใสรองพื้นก่อน เล็บจะได้แข็งและทน แล้วมีสีใส่กั้นทีนึงไม่ให้สัมผัสกับเล็บโดยตรง แล้วค่อยเอาสีใสทับ เพื่อความแข็งแรงเงางาม� ก้อพอช่วยได้ แต่บางร้านก้อขี้เกียจ ไม่เอาสีใสรอง รีบทำเวลา ใส่ตรงๆกับเล็บเลย - -" แล้วค่อยเอาสีใสทับให้แข็งหนาๆ �แล้วสินค้าที่ดีมีคุณภาพเป็นยังไงเหรอค่ะ สังเกตได้พอมันแข็งตัวแล้ว มันจะแข็งโป้กมากๆ 100 เปอเซนต์ ดัดไม่ได้ ( หมายถึงตัวผงสีอย่างเดียวไม่ต้องผสมสีใสนะค่ะ )ไม่จำเป็นต้องเอาสีใสรอง เพราะไม่ละลาย กาดเพรชที่ผสมก้อเปนกากเพรช เป็นสีชนิดไม่ละลาย ไม่ปล่อยสารพิษ สามารถใช้ขึ้นรูปปลายเล็บได้เลย� ตอนจบเอาสีใสหรือเจลเคลือบบางๆชั้นบนเพื่อเพิ่มความมันวาว ไม่จำเป็นต้องใส่หนา เพราะตัวสีมันแข็งอยู่แล้ว ติดทนนาน ได้เล็บบางสวยค่ะ อย่างถูกนี่กระปุกละห้าสิบ กลางๆก้อกระปุกละร้อยกว่า อย่างแพงดีดีนี่ก้อประมาณสี่ร้อยค่ะ

อีกอันนึงนะค่ะ ลูกค้าสงสัยกันเยอะมากเรื่องที่ว่าอะคลิลิกนี่ต้องทาท้อปโค้ทตลอดเวลารึเปล่า ร้านทั่วไปมักบอกว่าต้องทา เพื่อความวาว จนเข้าใจผิดไปเลยว่าต้องทา จะบอกว่า จริงๆแล้วมันผลิตมาไว้สำหรับไม่ต้องทาค่ะ และไม่ทาจะสวยกว่าด้วย แต่ต้องมีวิธีดูแล คืองี้นะค่ะ ขั้นตอนการตะไบที่ถูกต้องคือ ใช้ตะไบ100 ขึ้นรูปเชฟ ตะไบ180 ลบลายหยาบ และตะไบ 280 ให้เรียบ สุดท้ายสำคัญที่สุดคือบับเฟอร์ มันเป็นตัวทำให้วาว ให้เนียนเรียบเหมือนกระจก แนะนำว่าทุกคนควรมีติดบ้าน เล็บจริงปลอมใช้ได้หมดค่ะ เห็นเปล่าค่ะ สี่ขั้นตอน ทำเล็บทีมันสามชั่วโมงเพราะงี้ค่ะ ถ้าช่างขยันและปราณีต เล็บที่ได้จะเหมือนกระจกใส ยิ่งอะคริลิกคุณภาพดีดีนะค่ะ ไม่มีเลย ความหมอง ฟองอากาศ มันจะใสปิ้ง สะท้อนสีเล็บจริงอมชมพู ลูบไปยังกะกระจก สวยมากๆ แบบสวยสุขภาพดีสุดๆ� สวยกว่าทาท้อปโค้ทอีกค่ะ ทนด้วย จนกว่าจะไปโดนน้ำยาล้างเล็บ ถ้าโดนน้ำยาล้างเล็บอีกทีก้อให้ใช้บับเฟอร์ขัดเบาๆ� ทั้งมือไม่ถึงห้านาทีมันก้อวาวแล้ว แต่ว่า ช่างที่รีบทำมาก ประหยัดเวลา เคยเจออ่ะค่ะ คิดดูพอใช้ตะไบ180 เสร็จแล้วก้อลงบล็อกนิดหน่อย แล้วก้อทาท้อปโค้ทเลย T T ตอนออกจากร้านก้อสวยอยู่นะ แต่กลับบ้านมาสามสี่วัน ท้อปโค้ทก้อมัวหมองๆ เล็บก้อลายๆ ดูสกปรกยังไงก้อไม่รู้� ยิ่งถ้าท้อปโค้ทห่วยๆยิ่งออกเหลือง� หยิบอะไรกินทีก้อมีกลิ่นยาทาเล็บ ติดมืออยู่� ก้อต้องมาคอยล้างทาใหม่อยู่นั่นแหละ ยิ่งนานไปยิ่งหมองยิ่งหนา มัวๆ T T

โดยส่วนตัวเป็นคนชอบทำเล็บค่ะ ชอบนั่งให้คนอื่นทำให้ด้วย ก้อเลยมีชุดของตัวเองไว้เลย ราคาหลายพันก้อค่อยๆซื้อไปทีละชิ้น ใช้สิบปีก้อไม่หมดหรอกค่ะทำคนเดียว ไปไหนก้อหิ้วไปให้เค้าทำให้ ร้านไหนเปิดใหม่ร้านไหนดัง ที่ไหนว่าช่างดีก้อไปลองหมดล่ะค่ะ แล้วก้อเรียนไปเรื่อยๆ ทั้งราคาถูกราคาแพง เรียนแล้วเรียนอีก� เรื่องแบบนี้เทคโนโลยีใหม่ๆมันมีมาตลอด� ความรู้เทคนิคมันก้อต้องฝึกหัดเรื่อยๆ ของดีดีมันก้อต้องลงทุนบ้างอ่ะค่ะ ไม่ใช่ว่าเรียนมากับใครก้อไม่รู้งูๆปลาๆ หลักสูตรสี่ห้าวัน ( ถ้าเรียนแบบนี้แนะนำว่าต้องจดๆไว้ แล้วเอามาหัดๆๆๆ ทำๆๆๆๆ ฝึกประสบการณ์นะคะ ) แล้วก้ออยู่แค่นั้น หนังสือก้อต้องหามาอ่าน หนังสือต่างประเทศก้อจะดีมาก ดีกว่าลงทุนบินไปเรียนที่ต่างประเทศค่ะ มันแพงมากเลย T T ว่างๆก้อลองไปสอบเอาใบรับรองอินเตอร์ดูบ้าง จะสามารถไปทำงานที่ต่างประเทศได้ และเพิ่มความรู้ในตัวด้วย มีเพื่อนในวงการแลกเปลี่ยนความรู้กัน ไม่รู้เป็นไง ช่างเมืองไทยจะหวงวิชามาก และชอบบอกต่อแบบปากต่อปาก ไม่รู้จริงหรือไม่จริงกันแน่ ความเชื่อเยอะเหลือเกิน เวลาไปซื้อสินค้าก้อต้องดูด้วย ต้องหาความรู้เกี่ยวกับสารเคมีและประสบการณ์ไว้เยอะๆ บอกตรงๆ ร้านขายของพวกนี้ตามประตูน้ำ สำเพ็ง (ตัวอย่างนะค่ะ ) คิดว่าจะได้ของดีมีคุณภาพเท่าไหร่กันคะ แล้วคนขายอ่ะใครกัน เด็กเฝ้าร้านเค้ามีความรู้แค่ไหนกัน บางทีเด็กๆอายุสิบกว่าปียังเรียนไม่จบเลย เค้าบอกอันนี้เกรดเอๆ นี่เชื่อได้เหรอ เปิดกระปุกผงมาดูเห็นฝุ่นเห็นก้อน แพ็กเก็จ สติกเกอร์นี่จะไปเชื่อคนขายเหรอค่ะ

ยอมรับว่าคนไทยเพ้นท์เล็บสวย ช่างเราฝีมือดีจริงๆ แต่กับการต่อเล็บนี่ยังไม่ได้มาตรฐานเท่าไหร่ ยิ่งต่างจังหวัดนี่หายากมาก ร้านดีดีสินค้าดีดี ยิ่งเดี๋ยวนี้สินค้าจีนนำเข้าเข้ามาเยอะมาก ราคาถูกดีจริงๆ แต่กับของดีดีคุณภาพดีดีหาซื้อยากมากค่ะ เค้าไม่ค่อยเอามาขายกัน แพง ภาษีก้อแพงอีก ขายยาก สต็อกไว้ก้อลงทุนเยอะ ที่ร้านเลยเอามาจำหน่ายไว้ ในอินเตอร์เนท โดยเน้นของมีคุณภาพ ของถูกมันหาที่ไหนก้อมีนี่ค่ะ คือในเวปนี่เร้าเน้นที่ลูกค้า ที่เป็นห่วงสุขภาพตัวเอง อยู่ต่างจังหวัดหาซื้อไม่ได้ ก้อจะได้มีที่ซื้อที่ใช้ค่ะ เวลาไปต่างประเทศก้อหิ้วๆเข้ามาแบ่งๆกัน กำไรก้อไม่ได้เอามากมาย แค่ค่าส่งค่ารถเล็กน้อย เพราะยังไงตัวเองก้อไปซื้อไว้ใช้เองอยู่แล้ว

ทริปอีกนิดนะค่ะ เวลานำเข้าสินค้า ทำไมมันแพงหนักแพงหนา เพราะว่า ถ้ามีตราติดบนขวดเลย FDA หรือ For Nail มันก้อจัดเป็นสินค้าเครือ่งสำอางค์ไงค่ะ ภาษี 40 เปอเซนสำหรับสินค้าฟุ่มเฟือย เพ็กเก็จอีก ขวดอีก เมืองนอกเค้ามาตรฐานดีค่ะ กล่องต้องแพ็กเก็จแน่นหนา ขวดต้องหนา สีชา เข้ามาโหลนึงแตกไปขวดก้อหมดกำไรแล้ว แต่ว่าอะคริลิกจีนนี่มันสารเคมีในอุตสาหกรรม ใส่ถุงกิโลมา ไม่ได้เสียภาษีเครือ่งสำอางค์ มันก้อถูกไงค่ะ โน่น เค้าไปรับกันท่าเรือค่ะ ใส่รถบรรทุกขนกันมาร้าน น้ำยาใส่กันเปนแกลลอน ถังน้ำมันอ่ะค่ะขนกันเข้ามา มันเลยถูกไงค่ะ แล้วก้อมาแบ่งๆขาย ส่วนใหญ่เดี๋ยวนี้นำเข้าแบบนี้กันหมดแล้วค่ะ แม้แต่ยี่ห้อดังๆ ดังนั้นแนะนำว่าอยากได้ของดีจริงแท้ไม่เอาของปลอม ก้อให้ซื้อจากร้านที่เชื่อถือได้ หรือว่าเป็นร้านตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้งโดยตรงค่ะ

ผู้ลงบทความ : mingjung