รายละเอียดบทความ

เจลไอออนโตคืออะไร ใครเคยทำไอออนโตแล้วเป็นสิวบ้าง ลองอ่านดูนะค่ะ

คนสงสัยกันเยอะมากค่ะ เครือ่งไอออนโตจะต้องใช้กับเจลไอออนโตเท่านั้นนะค่ะ อย่างแรกเลยคือต้องทำวิตามินและตัวยาให้เป็นเชื้อน้ำ คือละลายน้ำได้ (แม้แต่วิตามินบางตัวที่ธรรมชาติจะละลายในไขมันเช่น อี เอ ) เมื่อเจอไฟฟ้าจะแตกตัวเป็นอิออนที่เล็กมาก และดูดเข้าผิวไป

ปัจจุบันนี้มีเจลทรีตเม้นท์จำนวนมากจำหน่ายตามร้านเสริมสวยทั่วไป ถามว่าใช้ได้มั๊ย ก้อมีทั้งใช้ได้และใช้ไม่ได้ค่ะ ลองนึกภาพตามนะค่ะ ในการผลิตเจล เจลคืออะไร แน่ๆก้อคือมีน้ำเป็นส่วนประกอบ� ใสๆ ลื่นๆ เป็นก้อนๆเหมือนวุ้น �ทีนี้คนขายเค้าจะทำยังไงจะทำให้ได้วุ้นแต่ราคาถูกๆ จะสมมุติง่ายๆให้เข้าใจค่ะ จะทำวุ้นก้อต้องใส่ผงวุ้น แล้ววุ้นกับแป้งเปียกนี่ก้อคล้ายๆกัน แต่แป้งมันราคาถูกกว่าผงวุ้นมาก เจลราคาถูกๆเค้าก้อเอาไอ้แป้งใสๆนี่มาใส่ลงไปไงค่ะ ยิ่งราคาถูกยิ่งใสมาก แต่โมเลกุลมันใหญ่ มันจะแตกตัวน้อยและอุดตันรูขุมขนง่ายค่ะ� มองด้วยตาเปล่าไม่รู้หรอกค่ะ ว่าอันไหนแป้งเปียกอันไหนวุ้น

ต่อมาก้อคือส่วนประกอบสำคัญที่สุดของเจลก้อคือ วิตามินและยานะค่ะ (ใช้คำว่ายาไปงั้นแหละค่ะ ในทางการแพทย์เค้าก้อเรียกว่ายา การรักษา สิวเค้าก้อเรียกว่าโรคผิวหนังอย่างนึงค่ะ �สำหรับพวกเรามันก้อเสริมสวยธรรมดานี่แหละ ถ้าไม่ได้ไปฉีดยาหรือกรีดผิวเป็นแผลนะค่ะ ) คือวิตามินถ้าปริมาณสูงก้อจัดว่าเป็นยาตามกฎหมายค่ะ เล่าไปเรื่องมันก้อคงยาว เอาเป็นว่ากฎหมายมันหลายสิบปีมาแล้ว และมีเทคนิคทางการแพทย์อีกเยอะที่มาเกี่ยวข้อง สรุป การใช้วิตามินที่รักษาปัญหาผิวพรรณ มีปัจจัยที่สำคัญมากๆสามอย่างที่ทำให้เครือ่งสำอางค์นั้นได้ผลคือ

�� คุณภาพของยานั้น ทั่วโลกทุ่มเทคโนโลยีกันสุดๆเพื่อให้ได้ตัวยาที่เล็กและซึมเข้าผิวหนังได้ดีที่สุดค่ะ ไอออนก้อใช้การแตกอิออน� ลิโปโซมใช้ไขมันนำพาเข้าสู่ผิว นาโนก้อเป็นการทำให้เล็กๆไงค่ะ อย่างตอนนี้ตามแลปยุโรปของแบรนด์ระดับโลกกำลังมุ่งไปที่เทคโนโลยีผสมน้ำ คือเมื่อก่อนจะเป็นน้ำผสมน้ำมัน เด่วนี้เค้าพยายามทำให้เป็นน้ำเป็นตัวนำค่ะ เพราะเชื่อว่าสามารถทำงานกับเซลได้ดี� สรุปนะค่ะ เครือ่งสำอางค์กระปุกละห้าสิบบาทกะสองพัน มีวิตามินซีเหมือนกัน ไม่ได้หมายความว่าโครงสร้างทางเคมีเหมือนกัน แตกตัวได้เหมือนกัน และดูดซึมได้เหมือนกันค่ะ มันต้องต่างกันอยู่แล้วแน่ๆ

การคงตัวของตัวยา นี่เป็นเรื่องยากมากๆสำหรับนักวิทยาศาสตร์นะค่ะ เค้าพยายามพัฒนากันมาเป็นสิบๆปี ตรงจุดนี้ที่ยากที่สุด คือไอ้ตัวยาที่คิดค้นมาได้มันได้ผลดีในแลปไงค่ะ แล้วเวลาใส่กระปุกมาขายสิเรื่องใหญ่ ส่วนใหญ่มันจะสดๆด้วย พอมาผสมใส่ครีมส่งมาขาย พอควักออกจากกระปุกออกมาทา สัมผัสอากาศและความอุ่นของผิว มันต่างกันตรงนี้ล่ะคะ ใส่วิตามินไม่ใช่แค่ใส่ ตอ้งมีสูตรที่คู่เคียงกันให้ได้ผล ต้องให้ยาคงรูปและสามารถทำงานบนผิวหนังคนได้อย่างต่อเนื่องหลายชั่วโมง มันยากมากค่ะ ยิ่งครีมๆส่วนใหญ่จะมีน้ำมันและแป้งเป็นส่วนประกอบหลัก ทำยังไงให้วิตามินมันคงรูปอยู่ ไม่ละลายไปกับไขมันพวกนี้ ตัวอย่างง่ายๆของวิตามินที่สลายตัวง่ายที่สุดในโลก วิตามินซีไงค่ะ ว่ากันด้วยซ้ำว่าอยู่ในครีมไม่เกินเดือน แต่ข้อมูลแบบนี้เค้าไม่เปิดเผยกัน แบบไม่ประโคมข่าว มันไม่ดีกับการตลาดทั่วโลกค่ะ คิดดูสิค่ะ วิตามินซีเม็ดที่เอาไว้กินขององค์การเภสัชมันราคาถูกกว่าท้อฟฟี่อีก ทำไมวิตามินซีซีรั่มมันแพงจับใจ มันต่างกันตรงนี้ล่ะค่ะ

โดสของยา วิตามินถ้าปริมาณน้อยก้อเป็นวิตามิน ถ้ามากก้อเรียกยา นั่นมันในแง่กฎหมาย แต่ในทางการแพทย์ โดสของยาสำคัญมากๆ ถ้าปริมาณตัวยาที่ได้ไม่ถึงเท่านี้ มันก้อจะไม่ได้ผลกับการรักษาเลย คนกินยาไม่ครบก้อไม่หายไงค่ะ แต่จุดที่สำคัญที่สุดกับโดนละเลยในวงการเครือ่งสำอางค์ของไทย เพราะนายทุนเป็นใหญ่ค่ะ มีหลายวิธีการมาก มันเป็นเรื่องการตลาด ตัวอยางเช่น� ครีมผสมโสม พลิกมาดูหลังขวด เขียนไว้ โสม 0.01 เปอเซน ทาไปเพื่ออะไรล่ะนั่น ฮิตที่สุดในเมืองไทยคือครีมผิวขาว สารเคมีที่ทำให้ขาวได้ผลดีเช่น อาร์บูติน ลิโครไลซ์ ลองดูๆนะค่ะว่าเค้าผสมกันเท่าไหร่ ทาไปเมื่อไหร่จะขาว สารเคมีแต่ละตัวจะมีโดสขั้นต่ำของตัวเอง และมีแบบที่เรียกว่าเต็มโดส คำนี้แปลว่าใส่ได้เต็มที่เท่านี้ คือเกินกว่านี้ก้อเสียทิ้ง เต็มโดสนี่เยอะสุดๆแล้ว แล้วแต่แต่ละตัว ตัวอย่างเช่น วิตามินบีสาม เต็มโดสอยู่ที่ห้าเปอเซนต์ ถ้าใส่มากกว่านี้ครีมจะเริ่มเป็นผงทิ้งคราบบีสามไว้ที่ผิว คือไม่ดูดซึมไงค่ะ ส่วนใหญ่สารเคมีและวิตามินจะอยู่ที่ ห้าเปอเซนค่ะ การตลาดก้อชอบทำแบบนี้ล่ะคะ ใส่นิดๆหน่อยๆ น้อยมากไม่ถึง1 เปอเซน พอเอาไว้โฆษณาว่ามีวิตามินซีนะ มีโสมนะ มีคอลลาเจนนะ ทาไปได้ผลรึเปล่ามันสำคัญกว่าค่ะ ยังมีอีกแบบที่แย่กว่านั้นอีกนะค่ะ มันเป็นช่องว่างทางกฎหมาย คือให้ระบุส่วนผสมสำคัญ ตัวอย่างเคยเห็นมาแล้วค่ะ ในซุปเปอร์ เจล aha ข้างหลังมันเขียนไว้ว่า aha99เปอเซนต์ คิดดูดีดีนะค่ะ เป็นไปได้เหรอ ถ้าเป็นเรื่องจริงหน้าไหม้พอดี

วิธีการก้อคือ ตัวอย่างนะค่ะ� เอา aha� สมมุติว่าเอาaha ความเข้มข้นสองเปอเซนต์ มาใส่ลงไป 99เปอเซนต์ อีก1 เปอเซนต์ก้อใส่น้ำใส่น้ำหอม เสร็จจบเขียนย่อหลังขวดว่ามีaha 99 เปอเซน ให้คนอ่านเข้าใจไปเองว่าเป็น aha บริสุทธิ์ 99 เปอเซน เปล่าเลยค่ะ เคสนี้จะเจอกันเยอะมาก ในกรณีของสมุนไพร� ตัวอย่างนะค่ะ ครีมขมิ้นขององค์การเภสัชระบุไว้ว่า มีสารสกัดจากขมิ้นชันผสมอยู่เท่านี้ มันคือสารสกัดที่สกัดมาแล้ว เข้มข้น ได้ผลดี อาจจะใส่เปอเซนน้อยแต่จริงๆอาจจะสกัดมาจากขมิ้นกี่ตันก้อไม่รู้แต่ครีมขมิ้นชันสมุนไพรชาวบ้านผีบอก (อันนีตั้งเองค่ะ อิอิ ) ผสมขมิ้นชัน 80 เปอเซน โห เหมือนจะดี ง่า ทีนี้มันขมิ้นไรล่ะค่ะ ขมิ้นสด หรือผงขมิ้น ซึ่งถ้าสดก้อแปลว่ายังไมได้สกัดอะไรออกไปเลย ก้อมีน้ำผสมอยู่มาก ถ้าบดเป็นผงตากแห้งแล้วก้อแปลว่าเอาน้ำออกไปแล้ว แต่สารตัวยาที่ออกฤทธิ๋บำรุงผิวจริงๆมันมีอยู่เท่าไหร่ กระบวนการบด อบ แห้ง มันดีพอที่จะ รักษาสารพวกนี้ไว้รึเปล่า หรือสลายตัวไปหมดแล้ว เครือ่งสำอางค์บางอยางถึงได้ผลดี บางอย่างทาไปเป็นปีไม่รู้สึกอะไรเลย ก้อเพราะแบบนี้ละคะ

วิธีการลดโดสของยาอีกแบบก้อคือ ผสม เช่น ไปทำไอออนโตที่คลีนิก 150 บาทกับ 300 บาท มันจะเหมือนกันได้ไง 150 ก้อใส่วิตซีไปซัก 1 หยด แล้วที่เหลือก้อใส่อโรเวล่าไงค่ะ ประหยัดวิตซี� แบบสามร้อยก้อใส่วิตซีครึ่งนึงอโลครึ่งนึงอาไรแบบนี้ล่ะคะ

เจลไอออนโตที่ร้านนำมาจำหน่ายบอกเลยว่าคัดคุณภาพอย่างดีมาแล้วนะคะ ตัวยามีคุณภาพดี แตกตัวดี ไม่อุดตันรูขุมขน ความเข้มข้นเต็มโดสทุกตัวค่ะ

แล้วคนที่เคยไปทำที่ร้านแล้วสิวขึ้นล่ะคะ จริงๆแล้วเจลไอออนโตนี่ค่อนข้างบริสุทธิ๋นะค่ะ ไม่มีน้ำมัน� ตัวมันเองไม่อุดตันรูขุมขน แต่คนส่วนใหญ่ที่ไปทำมักจะมีสิวผดเกิดขึ้นหลังทำไปวันสองวัน มักมีสองสาเหตุหลักค่ะ สาเหตุแรกเลย คือก่อนทำได้ทำaha แล้วผิวแพ้ หรือผิวขับสิ่งอุดตันออกมาก กับอีกสาเหตุหนึ่งซื้อเจอเยอะมากๆ คือก่อนทำหน่ะ ความไม่สะอาดค่ะ� ง่ายๆ ก่อนทำมักจะเอาครีมน้ำนมล้างหน้าให้ นี่ล่ะคะตัวดีเลย ตามร้านหรือคลีนิกแบบนี้เค้าซื้อครีมน้ำนมล้างหน้ามาเป็นแกลลอน กิโลนึงไม่กี่ร้อย ราคาถูกมาก แถมลูกค้าทุกคนใช้แบบเดียวกัน มันก้อน้ำมันธรรมดานี่ล่ะคะ ใส่สีใส่กลิ่น น้ำมันราคาถูกจะโมเลกุลหนักและอุดตันง่าย ปกติครีมล้างหน้าเค้าไม่เน้นไรมากอยู่แล้ว เพราะล้างแล้วก้อล้างออก แปปเดียวไม่อุดตัน แต่ไอ้เวลาที่ไปทำที่ร้านนี่สิค่ะ เค้าแค่เช็ดออก บางร้านแค่สำลีก้อนเล็กๆชุปน้ำเปล่าเช็ด นึกภาพแป้งรองพื้นที่ทาอยู่บนหน้ากันน้ำ ครีมกันแดดที่ทามาตอนเช้าก้อกันน้ำอีก ตามซอกตามจมูก ตามไรผม คิดว่ามันสะอาดรึเปล่าค่ะ หลังจากนั้นก้อชโลมทรีตเม้นท์ นวดๆ ขัดๆ ไอ้พวกนั้นมันก้อยังพอกอยู่บนหน้าล่ะคะ ละลายออกมาบนกับเจล สิบนาทีก้อเกินพอแล้ว วันรุ่งขึ้นสิวขึ้นทันใจ เดี๋ยวนี้ร้านทั่วไปนิยมใช้สำลี เพราะทำความสะอาดง่าย แต่ก้อกลัวเปลือง ก้อนนิดเดียวเช็ดไม่ทั่ว พลิกไปพลิกมา จากประสบการณ์เคยเจอมาเองนะค่ะ ไปที่ร้านนึง เป็นคลีนิกค่ะ มันก้อมีฉากกั้นๆ กำลังจะไปทำที่เตียง มองไปเห็นคนที่เค้าทำอยู่ โห ฟองน้ำสกปรกมากกกกก ดำสุดๆ เวลาเรานอนทำก้อหลับตานี่ค่ะมองไม่เห็น ดำมากยังกะราขึ้น บอกเค้าเลยว่าขอฟองน้ำใหม่นะค่ะ พนักงานเค้าก้ออายก้อรีบไปเปลี่ยนมาให้ ก้อแบบนี้ล่ะค่ะ อยู่กันแต่พนักงานเจ้าของไม่อยู่ แต่กับร้านดีดีก้อมีนะค่ะ ร้านนี่ไม่ได้เป็นคลีนิก เป็นสปาธรรมดา แต่เจ้าของเค้าดูแลดีมาก คือบ้านเค้าอยู่ชั้นบนเลย เค้าอยู่ร้านบ่อยมาก เค้าจะใช้ฟองน้ำนิ่มเช็ดหน้าให้ลูกค้า ทำหน้าทีนึงเค้าจะใช้สามอัน เช็ดเครือ่งสำอางค์ เช็ดทรีตเม้นท์ อันสุดท้ายเช็ดน้ำเปล่าอีกที� ต่อลูกค้าหนึ่งคน เสร็จแล้วเค้าจะล้างทันทีเลย คือมีอ่างล้างหน้าอยู่หลังเตียงเลยค่ะ บางร้านแค่จุ่มๆในขัดในชาม มันจะไปสะอาดได้ไง เช็ดหน้าใครมาบ้างก้อไม่รู้ หลังจากนั้นเค้าก้อจะเอาฟองน้ำไปแช่น้ำยาฆ่าเชื้อ แล้วก้อห่อเก็บใส่ตู้เย็น สะอาดมากค่ะ ผ้าที่ใช้เครือ่งมือเค้าก้ออบมาอย่างดี ชอบมาก ราคาก้อแพงกว่าร้านอื่นหน่อยประมาณสองร้อย แต่ก้อทำร้านนี้ล่ะค่ะ ชวนใครไปทำก้อไม่เคยมีใครหน้ามีปัญหาเลยนะค่ะ� ร้านนี้เค้าใช้เจลของแท้ ทำไอออนโตขั้นต่ำอยู่ที่สามร้อยบาท ดูแพงเพราะตามคลีนิคร้อยเดียว แต่พอไปทำแล้วมันก้อต่างกันจริงๆค่ะ

แล้วอีกตัวที่ทำให้สิวขึ้นง่ายคือครีมบำรุงหลังทำหน้า อย่างที่บอกค่ะ ประหยัดต้นทุนก้อใช้แบบกิโลละไม่กี่ร้อย� ตัวนี้สิวขึ้นง่ายค่ะ เคยไปทำที่คลีนิกนึง ตอนเค้าทาให้รู้สึกเลยนะคะ ได้กลิ่นคล้ายน้ำมันหืนนิดๆ ก้อส่วนผสมหลักมันคือน้ำมันแบบราคาถูกคือพวกโมเลกุลใหญ่ค่ะ� ( ตัวอย่างเช่นมิเนอรัลออย เบบี้ออย พวกนี้ผลิตจากน้ำมันปิโตเรียม โมเลกุลใหญ่ อุดตันง่าย เสียง่าย ราคาถูกมาก ตัวอย่างน้ำมันดีดีเช่นน้ำมันสกัดจากพืช เช่นโจโจ้บา น้ำมันมะกอกค่ะ แต่ราคาแพง)

แนะนำนะค่ะ เวลาไปทำหน้าที่ร้านก้อ ก่อนเข้าไปทำก้อพกครีมล้างหน้าหรือที่ล้างหน้าไปเอง ถ้าแต่งหน้าหนาหรือทาครีมกันแดดมา ก้อล้างเองให้สะอาด พอทำเสร็จแล้ว ก้อเอาครีมทาหน้าของเราที่พกไปด้วยให้เค้าทาให้ แล้วไม่ตอ้งลงแป้งฝุ่น อย่าไปเอาแป้งฝุ่นที่เค้าผลิตมาเพื่อทาก้นเด็กลดความชื้นมาทาหน้ากันหน้ามันเลยค่ะ มันคนละอย่างกันเลย มันจะอุดตันง่ายมาก

เวลาไปทำทรีตเม้นท์ทำสปาก้อลองสังเกตกันดูนะค่ะ ว่าร้านที่เราไปได้มาตรฐานรึเปล่า อยู่เมืองไทยแบบนี้ ลูกค้าต้องรักตัวเองช่วยตัวเองค่ะ เวลาหน้าพังมาไม่มีใครช่วยเราได้ค่ะ

ผู้ลงบทความ : mingjung