รายละเอียดบทความ

ไอออนโตกับโฟโน เลือกอะไรดี

ถามมาเยอะมากนะค่ะ ว่าจะใช้อะไรดีระหว่าง ไอออนโต และโฟโน จะพยายามอธิบายง่ายๆให้เข้าใจนะค่ะ

ไอออนโต หลักการคือใช้ไฟฟ้าเหนี่ยวนำให้วิตามินและตัวยาแตกตัวเป็นอิออนเล็กๆ และผลักเข้าไปยังผิวหนังได้ลึกขึ้น เชื่อกันว่าเพิ่มการดูดซึมกว่าการทาครีมธรรมดาถึง500 เท่า เนื่องจากใช้หลักการอิออนจึงต้องใช้กับเจลไอออนโตเท่านั้น ไม่สามารถใช้กับครีมทาหน้าทั่วๆไปที่มีน้ำมันเป็นส่วนผสมได้ เนื่องจากวิตามินจะไม่แตกตัว สามารถใช้บนผิวหนังได้เป็นเวลานาน (ไม่เกินสามสิบนาที) จึงส่งผลดีมากในการรักษาเนื่องจากสามารถผลักตัวยาได้เยอะ ข้อเสียคือ ต้องทำบ่อย 1-3 ครั้งต่ออาทิตย์ ขึ้นอยู่กับตัวยาที่ใช้ เนื่องจากแตกตัวเป็นอิออนขนาดเล็กจึงสลายตัวได้ง่าย การตกค้างบนผิวหนังค่อนข้างน้อย

โฟโน หลักการคือใช้คลื่นเสียงที่มีความถี่สูงมากทำให้เกิดการสั่นสะเทือน ก้อคือการนวดหน้าดีดีนี่เอง แต่เป็นการนวดหน้าที่มือมนุษย์ไม่สามรถทำได้ เนื่องจากเกิดการสั่นเป็นพันครั้งต่อวินาที การสั่นจะทำให้เกิดความอุ่นเล็กน้อย เชื่อว่าทั้งการสั่นและอุ่นจะช่วยให้ครีมซึมซาบได้ลึกขึ้น และเป็นการออกกำลังกายผิวไปในตัวด้วย สามารถใช้กับครีมได้ทุกประเภททั้งเชื้อน้ำและน้ำมัน แต่ถ้าผิวมันและรูขุมขนใหญ่ไม่ควรใช้ครีมน้ำมันเด็ดขาดเพราะกระตุ้นการทำงานของรูขุมขนและอาจอุดตันได้ และไม่ควรนวดนานเกินไป ใบหน้า5นาที ร่ายกายไม่เกิน15 นาที ไม่งั้นอาจส่งผลเสียได้ เหมือนกับการนวดแผนโบราณ นวดมากไปอาจจะช้ำหรือเจ็บได้ ถ้าใช้โฟโนมากไปอาจเกิดการช้ำที่ระดับเซลผิวได้ แต่ถ้านวดในเวลาที่ต้องการก้อให้ผลดี เหมือนออกกำลังกายใช้ได้ทุกวัน

ลองเปรียบเที่ยบดูนะค่ะ

- อันไหนได้ผลเร็วกว่า ไอออนโตแน่ๆค่ะ เนื่องจากใช้เวลาบนผิวได้มากกว่าและสามารถเพิ่มปริมาณตัวยาที่ผิวดูซึมได้เยอะ  คนที่เคยทำไอออนโตตามคลีนิกจะรู้ดีนะค่ะว่า เดินออกมาหน้ากระจ่างใสแค่ไหน แต่อย่างที่บอกก้อคือควรทำอาทิตย์ละสองครั้งในช่วงของการรักษา คือ 8 อาทิตย์แรกหลังจากนั้นค่อยลดลงค่ะ ( อันนี้คือหลักการแพทย์จริงๆนะค่ะ แต่ถ้าจะไปทำทรีตเม้นท์ตามร้านต้องพิจารณาดูด้วย เพราะมักจะบวกโปรแกรมอื่นๆเข้ามาอีกเช่น aha ขัดผิว ทำมากไปก้อไม่ดีค่ะ )  ตัวอย่างเช่น เรื่องความขาวนี่ ไอออนอาจจะเหนผลตั้งแต่เดือนแรก แต่โฟโนอาจจะเหนผลหลังสองเดือนไป (ภายใต้ปัจจัยเดียวกัน) อันนี้ยกตัวอย่างง่ายๆให้เข้าใจอ่ะค่ะ  แต่เชื่อกันว่าผลระยะยาวไม่ต่างกัน ระหว่างไอออนและ โฟโน เพราะปัจจัยที่สำคัญมากๆอีกอย่างคือ เจลที่ใช้ว่ามีคุณภาพแค่ไหนด้วยค่ะ

- ผลระยะยาว เชื่อว่าไม่แตกต่างกันมากนักค่ะ ขึ้นอยู่กับเจลที่ใช้ อย่างถ้าใช้เจลชนิดเดียวกัน มักให้ผลเหมือนกันค่ะ

- อันไหนได้ผลดีกว่ากัน ขึ้นอยู่กับประเภทของปัญหาและตัวยาค่ะ จะลองยกตัวอย่างง่ายๆนะค่ะ

 เรื่องความขาว   อันนี้ไอออนโตโดดเด่นมาก เพราะเรื่องของความขาวก้อคือการลดปริมาณเมลานินได้ ยิ่งมีเมลานินน้อยยิ่งขาว ดังนั้น ไอออนที่สามารถเพิ่มปริมาณยาและวิตามินให้กับผิวจึงโดดเด่นมากค่ะ เพราะตัวยาต้องเข้าไปทำปฎิกิริยากับเมลานินในผิวค่ะ

เรือ่งรอยแตกลายตามผิวหนัง  อันนี้ก้อไอออนโตอีกล่ะค่ะ เนื่องจากผลักวิตามินและตัวยาได้มากกว่า เร็วกว่า แต่มีจุดเล็กๆที่ต่างกันอยู่นิดนะค่ะ คือว่าไอออนนี่แค่ผลักยา แต่ว่าโฟโนนี่นวดกระตุ้นได้ด้วย แล้วรอยแตกลายมักจะมาคู่กับผิวเปลือกส้ม ดังนั้นการใช้โฟโนในระยะยาวจะมีการออกกำลังกายผิวไปด้วย เชื่อว่าทำให้ลดผิวเปลือกส้มได้ค่ะ แต่ในระยะยาวๆและต้องใช้เป็นประจำนะค่ะ บอกตรงๆว่ารอยแตกลายเป็นอะไรที่รักษายากที่สุดในโลก เพราะเกิดจากชั้นผิวและโครงสร้างหลักภายในจนไปถึงชั้นไขมัน การทาครีมแทบไม่ช่วยอะไรเลย แพทย์ตามโรงบาลในอเมริกาแนะนำเลยว่าควรใช้ไอออนโตในการรักษา และหายก้อไม่หายร้อยเปอเซน สุดๆเลยก้อเก้าสิบเปอเซนอ่ะค่ะ และการรักษาไม่ควรจะต่ำกว่าสามเดือนต่อเนื่องด้วย  ซื้อเครือ่งไปใช้เองคุ้มสุดค่ะ ตัวยาหลักที่ใช้คือกรดวิตามินเอ และคอลลาเจนค่ะ ถ้าเป็นพวกครีมลดไขมันก้อต้องใช้กับโฟโนนะค่ะ

เรื่องริ้วรอย โฟโนจะโดดเด่นกว่านะค่ะ ยิ่งในระยะยาวแล้ว เพราะถือว่าเป็นการออกกำลังกายผิวไปในตัวด้วยไงค่ะเพราะเป็นการนวด เพราะริ้วรอยช่วงสามสิบจะเกิดจากผิว แต่หลังจากสี่สิบปีไปจะเกิดการหย่อนคล้อยของใบหน้าด้วย ซึ่งเกิดจากโครงสร้างภายใน ตรงจุดนี้โฟโนจะช่วยได้ในระยะยาวค่ะ ส่วนไอออนโตจะได้ผลดีในการผลักวิตามินไปในชั้นผิว ถ้าเน้น หน้าใส และริ้วรอยไม่เยอะก้อไอออนนะคะ ถ้าอายุเยอะแล้วโฟโนดีกว่าค่ะ

รอบดวงตา ฟันธงเลยว่ารอยคล้ำใต้ตานี่ไอออนโตค่ะ เร็วและดี แต่ถ้าเป็นรอยตีนกานี่ก้อเหมือนๆกับริ้วรอยค่ะ ต้องดูอายุด้วย แต่คนส่วนใหญ่จะนิยมใช้โฟโนกันมากกว่ากับตา เพราะว่าไออนมันจะชาๆจี้ดๆไงค่ะ

หน้าอก นี่ก้อโฟโนนะค่ะ นวดได้ผลดีจริงๆค่ะ เพราะตัวยาในครีมหน้าอกเป็นเชื้อน้ำมันอยู่แล้ว จะผลักเข้าได้ดี เต่งตึงกระชับด้วย ยิ่งถ้าใช้กับครีมอกเด้งนี่เด้งมากค่ะ

ราคา

เครือ่งโฟโนมือถือจะอยู่ที่พันกว่าบาทจนสามพันแล้วแต่ยี่ห้อ ข้อดีก้อสะดวกดี ถูก เล็กเบา ถือไปใช้ตรงไหนก้อได้  ข้อเสียคือมันใหญ่ ใช้กับรอบดวงตาไม่ถนัด โดยทั่วไปจะปรับความแรงได้สองสามระดับเท่านั้นค่ะ และระดับคลื่นของโฟโนมือถือจะเบา จึงต้องตั้งชื่อใหม่ว่าอัลตร้าโซนิค ซุปเปอร์โซนิคแล้วแต่ยี่ห้อค่ะ

เครื่องโฟโนตั้งโต๊ะ จะให้ระดับคลื่นที่แรงกว่าและคงที่สม่ำเสมอกว่า เป็นรุ่นที่แพทย์นิยมใช้ค่ะ นอกจากใช้เพื่อความงามแล้วแ แพทย์ยังใช้เพื่อการรักษาเช่นการนวดกล้ามเนื้อ กายภาพบำบัด

ความจริงแล้วผลวิจัยต่างๆเกี่ยวกับโฟโนที่ออกมาเป็นผลวิจัยของเครื่องตั้งโต๊ะนะค่ะ ยังไม่มีที่เป็นรุ่นมือถือ

เครือ่งไอออนโตตั๊งโต๊ะขนาดเล็ก ราคาอยู่ที่ประมาณหกพัน(จีน ไต้หวัน) ถ้าเปนของเอมริกา ก้อหมื่นสองหมื่นสาม  ตัวนี้แนะนำมากสำหรับคนอยากขาว ใช้ได้ทั้งตัว ทำครั้งนึงใช้ครีมน้อยมากค่ะ เพราะเป็นเชื้อน้ำ คุ้มค่ามาก ครีมกระปุกนึงใช้ได้เป็นปี  เครื่องรุ่นนี้มีสองหัว หัวปุ่มสำหรับใต้ตาและลูกกลิ้งสำหรับหน้าและตัว ดีที่ปรับไฟได้ละเอียดถึง 10 ระดับ รีบๆก้อไฟแรงหน่อย 5นาที ถ้าสบายๆก้อแค่ชา นั่งทำไปดูทีวีไปค่ะ

ขนาดเครื่องไอออนโตจะไม่เกี่ยวกับผลนะค่ะ เพราะเป็นการปล่อยไฟฟ้าซึ่งจริงๆแล้วผิวต้องการน้อยมากๆๆ กำลังจากถ่านไฟฉายหรือแบตเตอรี่ก็พอเพียง แต่เครื่องที่ไฟต่อตรงจะได้รับไฟสม่ำเสมอกว่า ส่วนใหญ่คุณสมบัติจะแตกต่างกันที่วัสดุ ตัวหม้อแปลง ฟังค์ชั่นการทำงาน ความทนทานค่ะ

รุ่นที่ใช้ส่วนตัวที่บ้าน ดีที่สุดตอนนี้คือ รุ่นช้อนทองค่ะ ต่อไฟตรง ส่วนรุ่นชาร์ตไร้สายจะเหมาะสำหรับผิวบอบบาง แพ้ง่าย

ส่วนรุ่นตั้งโต๊ะ ทุกรุ่น กำลังไฟจะแรงกว่ารุ่นHomeuse เล็กน้อยค่ะ เวลาใช้จะจี๊ดๆๆๆ

เครื่องโฟโน  ราคาอยู่ที่ 4000-12000 ของจีนนะค่ะ มันมีสามหัว  สำหรับ ตา ใบหน้า และตัว รุ่นนี้เหมาะสำหรับคนที่เน้นตัว เพราะหัวมันใหญ่ แรงมันสั่นกว่าเครือ่งโฟโนมือถือแน่นอน เพราะอย่างบริเวณสะโพก ต้นขานี่ ไขมันหนา ต้องใช้แรงเยอะๆค่ะ

เครื่องมือจากจีนจะดีรึเปล่า ต้องดูว่ายี่ห้ออะไร โรงงานไรผลิต เพราะจะสินค้าประเทศไหนก็มีทั้งดีและไม่ดีค่ะ ไม่ใช่ว่าของจีนจะไม่ดีเสมอไป โซนี่ โนเกียก็ผลิตจีนนะค่ะ คุณภาพขึ้นอยู่กับราคาค่ะ จีนผลิตได้หมดทั้งสินค้าดีและห่วย เพราะฉะนั้นราคาลดไม่ได้นะค่ะ เราเลือกสินค้าคุณภาพดีมาจำหน่าย ทุนสูงกว่าที่อื่นค่ะ พนักงานร้านได้แค่ค่าหิ้วของเท่านั้นค่ะ และเรายังมีสต๊อกสินค้าประกันที่ไทยให้ด้วยนะค่ะ เพราะฉะนั้นก็ถ้าเจอร้านอื่นถูกกว่าก็ซื้อร้านอื่นเลยก็ได้ค่ะ

ร้านเราจะเลือกสินค้ามาขายก็จะไปดูที่โรงงานผลิตด้วยตัวเองนะค่ะ โรงงานต้องใหญ่ได้มาตรฐานและสินค้าทุกตัวที่เอามาขายจะต้องผ่าน CE มาตรฐานส่งออกอุตสาหกรรม และมีประกัน ไมได้เลือกเอาของข้างถนนมาขายนะค่ะ เครื่องมือในร้านเราหลายชิ้นติดแบรนด์แล้วส่งออกเมกา ยุโรป ออสเตรเลียในราคาสูงมากนะค่ะ เครื่องมือของร้านทุกชิ้นจะสั่งจากล็อตที่ผลิตส่งนอก ไม่ใช่ผลิตเพื่อขายในประเทศจีนเองค่ะ บอกตรงๆว่าโรงงานเค้าเองก็ผลิตหลายล็อต ล็อตที่ขายในประเทศก็คุณภาพต่ำกว่าส่งออกอยุ่แล้ว บอดี้ข้างนอกอาจจะเหมือนกัน100เปอเซนต์ (ก็โรงงานเดียวกันนี่ค่ะ) แต่แกะมาข้างในแผงวงจรหรือสายไฟจะคนละแบบเลยค่ะ ก่อนขายเจ้าของร้านก็เคยสงสัยทำไมบางอันมันถูกจัง ก็ซื้อมาแกะดูแล้วค่ะ

ทำไมถึงใช้เครื่องมือจากจีน จริงๆแล้วร้านเราหิ้วของจาก ฮ่องกง เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวันค่ะ แล้วแต่สินค้า แต่ในรุ่นเครื่องมือสปา เครื่องทำหน้า ตอนนี้โรงงานที่จีนใหญ่ที่สุดแล้วค่ะ  เกาหลีและญี่ปุ่นก้move มาจีนหลายแบรนด์ค่ะ อิตาลี่หรือฝรั่งเศสยังmoveมาเลย เราก็ตามโรงงานมา เหตุผลหลักๆเพราะจีนมีทรัพยากรด้านโลหะเยอะ แรงงานถูก โรงงานเกาหลีและญี่ปุ่นที่ใหญ่จึงผลิตชิ้นส่วนและส่งมาประกอบจีนค่ะ และจีนมีโควต้าส่งออกเยอะด้วยค่ะ ถ้าสินค้ารุ่นไหนเราดึงจากโรงงานได้ก็จะได้ถูกค่ะ ถ้าเจรจาแล้วเราได้รุ่นส่งออกเราก็จะเลือกมา แต่ถ้ารุ่นไหนที่มีความแตกต่างอย่างช้อนทองนี่ เราจะไม่เอาจากจีนค่ะ เราจะเอาจากญี่ปุ่นหรือไต้หวัน เพราะเทสแล้วแตกต่างกันค่ะ

หลายร้านขายเครื่องกำไรอาจจะ2-3เท่า แต่ร้านเรายังยึดที่จะขายของคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า ก็พยายามหาสินค้ามาให้ได้ค่ะ หักเอาแต่ค่าหิ้วให้ทีมหิ้วเท่านั้นค่ะ กว่าจะได้สินค้าแต่ละชิ้นทั้งต่อราคาทั้งอ้อนวอนโรงงานแทบตายค่ะกว่าเค้าจะให้มา เพราะบางโรงงานเค้าติดcontactค่ะ แต่รับประกันว่าสินค้าเราไม่มีรุ่นตกล็อต หรือมีตำหนิแน่นอนค่ะ

ผู้ลงบทความ : mingjung